011284
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
152
128
280
9901
1649
4432
11284

Your IP: 192.168.2.69
2017-12-11 11:04

นายกรัฐมนตรีเปิดงานพิธีมอบรางวัล Thailand Labour Management Excellence Award 2017 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการที่มีระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานที่เป็นมาตรฐานสาก

Post on 28 สิงหาคม 2560
by Osh5
ฮิต: 105

 โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Thailand Labour Management Excellence Award 2017 หรือรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านการบริหารจัดการแรงงาน ประจำปี 2560 ในวันนี้ ซึ่งเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบกิจการที่มีการบริหารจัดการด้านแรงงานที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานในประเทศ และเป็นไปตามมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสถานประกอบกิจการอื่น อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาในเรื่องของการติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง รัฐบาลจึงต้องเร่งรัดพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงให้โดยเร็วที่สุด โดยต้องมีการปฏิรูปในทุกระบบ รวมทั้งในส่วนของแรงงาน อุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการด้วย ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันและมีเมตตาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยรัฐบาลมีหน้าที่อำนวยการสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ไปสู่ประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้

          นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกลไกการขับเคลื่อน (Engines of Growth) ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประกอบด้วย 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ 1. Productive Growth Engine เพื่อปรับเปลี่ยนประเทศไทยสู่ประเทศที่มีรายได้สูง (High Income Country) ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ การบริหารจัดการสมัยใหม่ การสร้างคลัสเตอร์ทางด้านเทคโนโลยี การพัฒนาขีดความสามารถ ด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม กิจการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในโครงการขนาดใหญ่ และการบ่มเพาะธุรกิจด้านเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการก้าวข้ามปัญหากับดักประเทศรายได้ปานกลางที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่  2. Inclusive Growth Engine เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการกระจายรายได้และโอกาส จึงมีการสร้างคลัสเตอร์เศรษฐกิจระดับกลุ่มจังหวัด  การพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากในชุมชน การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อตอบโจทย์ประเด็นปัญหาและความท้าทายทางสังคมในมิติต่างๆ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และ 3. Green Growth Engine คือการสร้างความมั่งคั่งของประเทศไทยในอนาคต จะต้องคำนึงถึงการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 3 กลไกขับเคลื่อน “ประเทศไทย 4.0” ดังกล่าวถือเป็นการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้  ปานกลาง เป็นการเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ  เป็นการมุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาของคนไทย สร้างการวิจัยและพัฒนา ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสามารถอยู่ได้ในศตวรรษที่ 21

            อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำว่า หากสถานประกอบกิจการหรือโรงงานใดการดำเนินงานหรือกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะสั่งให้ปิดกิจการโดยทันที เพราะเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อประชาชนและประเทศโดยรวม จึงขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกและตระหนักในเรื่องดังกล่าว โดยประกอบกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีความสมดุลและไม่ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในอนาคต