ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 3 กันยายน 2560

Post on 04 กันยายน 2560
by Osh5
ฮิต: 139

เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

 

วันสุดท้ายของการจัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 มหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งยิ่งใหญ่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประชาชนยังคงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

 

บรรยากาศภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 มหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งยิ่งใหญ่ โดย บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด จัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายฝนต้นหนาวให้มีความคึกคัก สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน แต่ประชาชนยังให้ความสนใจเดินเที่ยวชมงานกันเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันบูทภายในงานที่มาจากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงโปรโมชั่นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้พบกับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษกันอย่างคึกคัก ขณะที่นายมานพ ม่วงจีน ประชาชนที่มาเดินเที่ยวชมงาน กล่าวว่า พอใจการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการดูแลเรื่องลานจอดรถที่ดีมาก และครั้งนี้มาดูส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้

 

กรมชลประทาน เร่งปิดปากคลองขม กันน้ำทะลัก ป้องพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่

 

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าฝนที่ตกหนักบริเวณอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ส่งผลให้เกิดป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่างบริเวณ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ทำให้ระดับน้ำในคลองม่วงสูงขึ้น เกิดการกัดเซาะด้านข้างปากคลองขม ที่รับน้ำจากคลองม่วงอีกทีหนึ่ง ซึ่งในช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ได้มีการนำบิ๊กแบ็ค(Big Bag) มาปิดบริเวณปากคลองขม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองม่วงไหลทะลักเข้าไปในคลองส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ประสานกับมณฑลทหารบกที่ 31 และ อบต.ลาดยาว นำรถแบ็คโฮ เครื่องจักร เครื่องมือ Big Bag กรอกกระสอบทราย พร้อมกำลังคน เข้าทำการซ่อมแซมปิดบริเวณปากคลองขม เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าคลองให้น้อยที่สุด จนแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. คืนที่ผ่านมา(2 ก.ย. 60) ปัจจุบัน(3 ก.ย. 60) ระดับน้ำในคลองม่วงบริเวณปากคลองขมลดลงแล้ว 80 เซนติเมตร เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน รวมถึงมีน้ำท่วมถนนแต่อย่างใด

 

สศอ. ชูมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หลัง ครม.อนุมัติพร้อมทุ่มงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท จับมือสถาบันหลักทั้งรัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือ

 

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เปิดเผยถึงมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการติดตามการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้าราชการที่จะสนับสนุนผู้ที่จะนำระบบออโตเมชัน หรือหุ่นยนต์ ไปใช้ในกระบวนการผลิต ส่วนที่ 2 ผลิต และส่วนที่ 3 สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และมีมาตรการเพิ่มเติม คือ มาตรการสนับสนุนโดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร มาตรการของ BOI ที่สนับสนุนการจัดตั้งหรือเพิ่มผู้ผลิต สนับสนุนด้านเทคนิคต่างๆ บุคลากรและเทคโนโลยี อีกทั้งปีนี้ได้ร่วมมือสถาบันต่างๆ พัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มูลค่าลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของอาเซียน แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องปรับปรุงให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระบวนการผลิต