011290
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
158
128
286
9901
1655
4432
11290

Your IP: 192.168.2.69
2017-12-11 11:05

ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 3 กันยายน 2560

Post on 04 กันยายน 2560
by Osh5
ฮิต: 203

ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 3 กันยายน 2560

การเมือง/มั่นคง

 

นายกรัฐมนตรี เตรียมเข้าร่วมประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา โดยนายกรัฐมนตรีจะเน้นย้ำสิ่งที่ประเทศไทยจะเอื้อประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงระดับโลก เพื่อประโยชน์ร่วมกัน

 

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 4 - 5 กันยายนนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 9 (9th BRICS Summit) ที่เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกลุ่มประเทศบริก ประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยในครั้งนี้ได้เชิญประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศที่กำลังพัฒนา 5 ประเทศ และไทยถือเป็นประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียนที่ได้รับเชิญเข้าร่วม นอกจากนี้ มีประเทศอียิปต์ ทาจิกิสถาน เม็กซิโก และกินี เข้าร่วมด้วย ซึ่งการเข้าร่วมประชุมของไทยเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นที่จีนและสมาชิกบริกมีต่อประเทศไทย เนื่องจากไทยมีนโยบายที่ชัดเจน โดยนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงสิ่งที่ประเทศไทยจะเอื้อประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงระดับโลก และเชื่อว่าการเยือนในครั้งนี้จะทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆ ตามมา ทั้งการค้า การลงทุน ซึ่งไทยจะชี้ให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากการเป็นแกนกลางอาเซียน ที่ประโยชน์จะไม่ได้เกิดกับประเทศไทยเท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนบ้านเป็นประโยชน์กับภูมิภาคด้วย

 

นายกรัฐมนตรี ยังจะเน้นย้ำอีกประเด็น คือ เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ความสมดุลของการพัฒนา นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการพบหารือทวิภาคีกับผู้นำจากกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสำคัญเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาอุทกภัยใน 5 จังหวัด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

 

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวม 23 อำเภอ 119 ตำบล 536 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,993 ครัวเรือน 9,684 คน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ด้วยการเชื่อมโยงการระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง

 

นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือรถไฟความเร็วสูง ในโอกาสเข้าร่วมประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา

 

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 4-5 กันยายนนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 9 (9th BRICS Summit) ประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยครั้งนี้จีนได้เชิญประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศที่กำลังพัฒนา 5 ประเทศ คือ อียิปต์ ทาจิกิสถาน เม็กซิโก กินี และไทย ซึ่งถือเป็นประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียนเข้าร่วม โดยนายกรัฐมนตรี จะชี้แจงประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงที่ไทยเป็นแกนกลางอาเซียนไปสู่ระดับโลก ทั้งความร่วมมือการค้า การลงทุน และอีกประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญและมีบทบาทที่ชัดเจน คือการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังจะมีโอกาสพบหารือร่วมกับประธานาธิบดีรัสเซีย และผู้นำประเทศสมาชิกอื่น โดยจะชี้แจงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเชิญชวนมิตรประเทศให้เข้ามาร่วมเพื่อนำพาภูมิภาคภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของไทย


 

ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ระบุสัญญาประชาคม สัญญาใจไทยทั้งชาติ ที่รอคอยความร่วมมือจากทุกคน

 

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ เปิดเผยว่า “สัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง” ที่จัดทำขึ้นจากการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน และกำหนดเป็นความตกลงของการอยู่ร่วมกัน เพื่อมิให้เกิดเงื่อนไขสุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้ง ที่ขยายไปสู่ความรุนแรงในอนาคต อยู่ระหว่างการสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี ที่ประชาชนทุกคนจะได้เข้าใจและร่วมกันปฏิบัติ ด้วยสำนึกในหน้าที่ ความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศชาติ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติสุขต่อไป

 

สำหรับเอกสาร “สัญญาประชาคมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง” ฉบับสมบูรณ์ อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์และจะเผยแพร่ให้ประชาชนทราบอย่างกว้างขวางต่อไป ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ ได้สรุปย่อสาระสำคัญในสัญญาประชาคม ให้ประชาชนสามารถจดจำ ทำความเข้าใจและนำสู่การปฏิบัติได้ง่ายขึ้น

 

“รู้รักสามัคคี” ร่วมกันสร้างสามัคคีปรองดอง ใช้สิทธิเสรีภาพตามกรอบของกฎหมาย ยอมรับความคิดต่าง เข้าใจประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาด้วยระบบรัฐสภา

 

“ยึดมั่นศาสตร์พระราชา” ต้องพัฒนาตนเอง นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ประกอบอาชีพสุจริตและมีไมตรีจิตต่อกัน

 

“ขจัดการทุจริต” ดำเนินชีวิตด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรมและศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ ร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ

 

“อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ” ร่วมแบ่งปันใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันสนับสนุนดูแล คุณภาพชีวิต ด้านสาธารณสุขและการศึกษาอย่างเท่าเทียม

 

“เคารพกฎหมาย” เชื่อมั่นและต้องปฏิบัติตามกฏหมาย โดยกระบวนการยุติธรรม ต้องทำงานอย่างอิสระเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ

 

“รู้เท่าทันข่าวสาร” รับรู้ข่าวสารอย่างรอบคอบ ไม่เสนอข้อมูลที่บิดเบือนยั่วยุ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

 

“ยึดมั่นกติกาสากล” ปฏิบัติตามกฎกติกาสากลระหว่างประเทศ โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

 

“ร่วมพัฒนาและปฏิรูปประเทศ” รับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ด้วยพลังประชารัฐ สู่การเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างเป็นระบบและครบวงจร

 

“เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ” เรียนรู้ ร่วมมือและสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติที่ร่วมกันกำหนด ให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

 

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความตระหนักรู้และตื่นตัวต่อปัญหาสังคมที่มากขึ้นของทุกคน ประกอบกับบทเรียนและผลกระทบจากความขัดแย้งอันยาวนานที่ผ่านมา เป็นส่วนสำคัญของที่มาแห่งความพยายามร่วมกัน ที่จะเดินหน้าออกจากความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำทางสังคมในวันนี้ ทั้งนี้ หากดูสาระสำคัญของ “สัญญาประชาคม” ที่ร่วมกันกำหนด จะเห็นว่ามิใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเพียงกรอบแนวทางปฏิบัติภายใต้กฎหมาย ที่เคยมีอยู่ในจิตสำนึกอันดีงามของชาวไทยทุกคนทั้งสิ้น ซึ่งอาจถูกบิดบังหรือเลือนลางไปบ้างจากบริบทความขัดแย้งทางสังคมผ่านมา การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่การปฏิรูปประเทศ จึงต้องการพลังแห่งความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ต้องการพลังความร่วมมือและการมีส่วนร่วมกันอย่างมาก ดังนั้น “สัญญาประชาคม” จึงเป็นสัญญาใจไทยทั้งชาติ ที่กำลังรอคอยความร่วมมือจากทุกคน ตามบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ในการนำพาประเทศไทยขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป


เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว

 

วันสุดท้ายของการจัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 มหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งยิ่งใหญ่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประชาชนยังคงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

 

บรรยากาศภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 มหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งยิ่งใหญ่ โดย บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด จัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายฝนต้นหนาวให้มีความคึกคัก สำหรับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน แต่ประชาชนยังให้ความสนใจเดินเที่ยวชมงานกันเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันบูทภายในงานที่มาจากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงโปรโมชั่นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้พบกับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษกันอย่างคึกคัก ขณะที่นายมานพ ม่วงจีน ประชาชนที่มาเดินเที่ยวชมงาน กล่าวว่า พอใจการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการดูแลเรื่องลานจอดรถที่ดีมาก และครั้งนี้มาดูส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้

 

กรมชลประทาน เร่งปิดปากคลองขม กันน้ำทะลัก ป้องพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่

 

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าฝนที่ตกหนักบริเวณอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ส่งผลให้เกิดป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่างบริเวณ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ทำให้ระดับน้ำในคลองม่วงสูงขึ้น เกิดการกัดเซาะด้านข้างปากคลองขม ที่รับน้ำจากคลองม่วงอีกทีหนึ่ง ซึ่งในช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ได้มีการนำบิ๊กแบ็ค(Big Bag) มาปิดบริเวณปากคลองขม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองม่วงไหลทะลักเข้าไปในคลองส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ประสานกับมณฑลทหารบกที่ 31 และ อบต.ลาดยาว นำรถแบ็คโฮ เครื่องจักร เครื่องมือ Big Bag กรอกกระสอบทราย พร้อมกำลังคน เข้าทำการซ่อมแซมปิดบริเวณปากคลองขม เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าคลองให้น้อยที่สุด จนแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. คืนที่ผ่านมา(2 ก.ย. 60) ปัจจุบัน(3 ก.ย. 60) ระดับน้ำในคลองม่วงบริเวณปากคลองขมลดลงแล้ว 80 เซนติเมตร เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน รวมถึงมีน้ำท่วมถนนแต่อย่างใด

 

สศอ. ชูมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หลัง ครม.อนุมัติพร้อมทุ่มงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท จับมือสถาบันหลักทั้งรัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือ

 

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เปิดเผยถึงมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบหลักการมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการติดตามการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้าราชการที่จะสนับสนุนผู้ที่จะนำระบบออโตเมชัน หรือหุ่นยนต์ ไปใช้ในกระบวนการผลิต ส่วนที่ 2 ผลิต และส่วนที่ 3 สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และมีมาตรการเพิ่มเติม คือ มาตรการสนับสนุนโดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร มาตรการของ BOI ที่สนับสนุนการจัดตั้งหรือเพิ่มผู้ผลิต สนับสนุนด้านเทคนิคต่างๆ บุคลากรและเทคโนโลยี อีกทั้งปีนี้ได้ร่วมมือสถาบันต่างๆ พัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มูลค่าลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของอาเซียน แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องปรับปรุงให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระบวนการผลิต


สังคม

 

ศูนย์ศิลปาชีพจัดสร้างสมุดข่อยปาฏิโมกข์หนึ่งในเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ คืบหน้าแล้วกว่า 10 เล่ม

 

นายชาย มีจำรัส ครูพิเศษศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า แผนกนักเรียนศิลปาชีพเกาะเกิด และศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทองได้รับมอบหมายจากสำนักพระราชวังให้จัดสร้างสมุดปาฏิโมกข์ เป็นหนึ่งในชุดประกอบเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สำหรับถวายแด่พระภิกษุพระอารามหลวง จำนวน 41 เล่มนั้น ล่าสุดดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 10 เล่ม อยู่ระหว่างลงรักปิดทองประดับปกหน้าและปกหลัง และทยอยเขียนอักษรขอมบาลีปาติโมกข์ลงในสมุดข่อย ความหนา 37 พับ โดยครูและอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านการอ่านและเขียนภาษาขอม จำนวน 8 คน เมื่อเขียนอักษรเสร็จแล้ว จะมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาบาลีกรมศิลปากรตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนำไปปิดทองส่วนสันขอบสมุดทั้งสี่ด้าน

 

สำหรับการจัดสร้างสมุดปาฎิโมกข์ถวายพระอารามหลวง ตามธรรมเนียมจะมีผ้าห่อคัมภีร์เพื่อป้องกันสมุดชำรุดเสียหาย ดังนั้น ศูนย์ศิลปาชีพ จึงจัดทำผ้าห่อคัมภีร์อีก 41 ผืน โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารและผ้าโบราณก่อนนำลวดลายผ้าโบราณสมัยอยุธยามาออกแบบผ้าห่อคัมภีร์ พร้อมประดับตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ มีลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ด้านล่างของผ้าพิมพ์ข้อความ พระบรมศพ 2560 เพื่อแสดงถึงงานพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนเพื่อบรรจุในหีบปาฎิโมกข์ประกอบเป็นชุดเครื่องสังเค็ดสำหรับใช้ในพระราชพิธี

 

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝึกอบรมกรรมการผู้ทดสอบสาขาผู้ประกอบการอาหารไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ได้มาตรฐาน

 

นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากแนวโน้มสถานการณ์ของผู้ประกอบอาชีพกุ๊กหรือเชฟ ยังมีความต้องการสูงทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะด้านอาหารไทย มีผู้ต้องการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหากผ่านการทดสอบจะได้รับการการันตีฝีมือแรงงาน จึงต้องเร่งผลิตบุคลากรกลุ่มนี้เพื่อให้เพียงพอ จึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมกรรมการผู้ทดสอบ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 2 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 40 คน จะได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก ผศ.ศรีสมร คงพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนอาหารและโภชนาการ และคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีเกี่ยวกับการปฏิบัติ มีการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงในฐานะของผู้เข้าทดสอบ และผู้ทดสอบหรือกรรมการ ซึ่งต้องมีการปรุงอาหารไทยตามโจทย์ที่ได้วางไว้ เช่น การควบคุมการทดสอบ การให้คะแนน การตรวจผลงาน เป็นต้น ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพกรรมการผู้ทดสอบให้เพิ่มสูงขึ้น มีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวต่อไปว่าโครงการติดดาวให้กับแรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้แรงงานทุกระดับเข้าสู่การทดสอบ ซึ่งเป็นการวัดทักษะฝีมือและรับได้ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยในปัจจุบันมีผู้ผ่านการทดสอบแล้วจำนวน 60,630 คน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 24,200 คน สาขาที่มีผู้มาทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานยังคงเป็นสาขาที่เกี่ยวกับช่างต่างๆ เช่น สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างซ่อมรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตามสาขาผู้ประกอบอาหารไทย มีผู้ผ่านการทดสอบแล้ว 974 คน ส่วนใหญ่เป็นกุ๊กที่ทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือเป็นเจ้าของกิจการเอง

 

รัฐบาลหนุนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพิ่มขีดความสามารถประเทศ ชื่นชมการค้นพบมะม่วงมหาชนกต้านมะเร็ง หัวใจ เส้นเลือดอุดตัน แนะขยายผลสร้างรายได้แก่เกษตรกร ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต

 

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยจะปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถผลักดันให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม มีการจัดตั้งสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรม บริหารงบประมาณ พัฒนาบุคลากร และปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมนักวิจัยไทยที่ประยุกต์ใช้ความรู้ต่อยอดสร้างนวัตกรรมแก่สังคม เช่น กรณีของ ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร ที่ได้ริเริ่มงานวิจัยเกี่ยวกับมะม่วงมหาชนกจนพบว่ามีคุณสมบัติต้านโรคมะเร็งและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันในสมอง โรคต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น”

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่างานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะม่วงมหาชนกให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น และช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ปลูกมะม่วงชนิดนี้ ซึ่งนอกจากจะมีรสชาติอร่อยถูกใจนักชิมทั้งชาวไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคได้อีกด้วย ดังนั้น จึงได้กำชับให้มหาวิทยาลัยช่วยถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่และผู้ที่สนใจ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก การดูแลรักษา การฉีดสารละลาย และการนำไปใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งขอเชิญชวนสื่อมวลชนให้ช่วยกันทำข่าวเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีอยู่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระแสการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากยังมีผลงานวิจัยที่น่าสนใจในหลายสาขาอีกเป็นจำนวนมาก

 

นายกรัฐมนตรี อยากเห็นมหาวิทยาลัยวิจัยของไทยร่วมกันผลิตงานวิจัยที่ตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเอกชนและภาคอุตสาหกรรมลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 300 เพื่อให้ภาคเอกชนนำค่าใช้จ่ายจากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปขอยกเว้นภาษีได้สูงสุด 3 เท่าของที่จ่ายจริง จัดทำบัญชีนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ไทยให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนจะส่งเสริมให้มีการลงทุนใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Expenditure on R&D : GERD) มากกว่าร้อยละ 1 หรือเท่ากับ 130,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย”

 

ยอดผู้แสวงบุญจากทั่วโลกที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ปีนี้สูงถึง 2,352,122 คน

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานผู้ว่าการนครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยจำนวนยอดผู้แสวงบุญจากทั่วโลกที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2560 หรือฮิจเราะห์ศักราชที่ 1438 จำนวน 2,352,122 คน แบ่งเป็นชาย 1,334,080 คน หญิง 1,018,042 คน ในจำนวนนี้มีผู้แสวงบุญชาวไทยรวมอยู่ด้วย 8,817 คน

 

ขณะที่ทางการซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศแจ้งเตือนผู้แสวงบุญที่พักอาศัยอยู่ ณ ทุ่งมีนา บริเวณที่พักของผู้แสวงบุญชาวไทยว่า ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาในการขว้างเสาหินที่มีจำนวนผู้แสวงบุญคับคั่งมากเป็นพิเศษ คือระหว่างเวลา 14.00 – 18.00 น. เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในบริเวณพื้นที่ขว้างเสาหินมากจนเกินไป ผู้แสวงบุญจึงควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

 

สำหรับการใช้ชีวิตภาคสนาม ณ ทุ่งมีนาของผู้แสวงบุญทั่วโลก 2 ล้านกว่าคน ในช่วงเวลา 6 วัน 5 คืนที่ผ่านมา เป็นไปอย่างเรียบง่ายและถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งด้านการรับประทานอาหาร สถานที่หลับนอน ซึ่งเต็นท์ที่พักของผู้แสวงบุญชาวไทยนั้นอยู่ในโซนกลุ่มประเทศตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน โดยมีผู้แสวงบุญจากประเทศจีนบางส่วนปะปนกันอยู่ด้วย ส่วนหนึ่งของผู้แสวงบุญใช้เวลาว่างภายหลังจากปฏิบัติศาสนกิจผ่อนคลายอิริยาบถด้วยการซื้อของฝากกลับบ้านใกล้เต็นท์ที่พัก

 

นอกจากนี้ ผู้แสวงบุญชาวไทยกว่า 8 พันคนยังต้องแบ่งปันการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา และพื้นที่อาบน้ำละหมาด ที่ทางการซาอุดิอาระเบียได้จัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่าย ซึ่งในช่วงเวลาเร่งรีบอาจมีผู้ใช้บริการหนาแน่น ทำให้ผู้แสวงบุญต้องใช้เวลานานในการรอคอย แต่ทุกชาติก็ยังสามารถแบ่งปันการใช้บริการได้อย่างไม่มีปัญหา จึงยังคงเห็นภาพของผู้อ่อนวัยเอื้อเฟื้อให้ผู้สูงวัยที่มีความจำเป็นใช้ห้องน้ำหรือห้องสุขาก่อน หรือการช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน รวมถึงเรื่องการร่วมมือกันรักษาความสะอาดในบริเวณพื้นที่รอบเต็นท์ที่พักอาศัย ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป ณ ทุ่งมีนาแห่งนี้


ภูมิภาค

 

เกษตรกรรุ่นใหม่ของอำเภอเกาะช้าง จ.ตราด น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต

 

นายเฉลิมพล ทัศมากร เกษตรกรรุ่นใหม่ของอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด แห่งสวนสมโภชน์ ได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต โดยการปรับจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันมาปลูกพืชหลายชนิด สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความพอเพียง

 

นายเฉลิมพล ทัศมากร เล่าวว่า ตนเองและครอบครัวได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ในการทำสวนผลไม้ โดยได้ปรับเปลี่ยนจาการเดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งมีเพียงทุเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันได้กันมาปลูกพืชหลากหลายชนิดทั้ง ลองกอง , เงาะ , มังคุด , กาแฟ , กล้วย , เมล่อน , ยางพารา มีการเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา จนทำให้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความพอเพียง มีความสุข ทั้งนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรกรทุกคน หรือประชาชนทั่วไปสามารถนำมาปรับใช้ คือ ต้องรู้จักประมาณตน หรือรู้จักตนเองก่อน ต้องมีเหตุ มีผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ซึ่งหากทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุข

 

นายเฉลิมพล ทัศมากร กล่าวอีกว่า จากปัญหาวิกฤติภัยแล้งเมือปี 2558-2559 พื้นที่เกาะช้าง ซึ่งไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไม่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทาน ทางครอบครัวจึงได้ปรับวิกฤติดังกล่าวมาเป็นโอกาสโดยการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดความจุ 1,300 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในที่สูงไว้ใช้เอง สำหรับสวนผลไม้ โดยปูรองแหล่งกักเก็บน้ำด้วยวัสดุพีอี และผันน้ำมากักเก็บไว้จากแหล่งน้ำตกตามธรรมชาติ ก่อนที่จะจ่ายน้ำลงมาสวนผลผลไม้ที่อยู่ระดับต่ำกว่าด้วยระบบท่อโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า ทำให้สนผลไม้แห่งนี้ไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้แหล่งกักเก็บน้ำนี้ยังสามารถใช้เลี้ยงปลาไว้บริโภคในครัวเรือนได้อีกด้วย

 

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย เชิญเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ ผีตาโขนวัดโพนชัย ชมชุดประจำชาติไทย ผีตาโขน

 

นายณรงค์ศักดิ์ คูบุญญอารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย กล่าวว่า การใส่หน้ากากผีตาโขนจะมีอยู่ในงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนเป็นประเพณีที่รวมเอา “งานบุญพระเวส”(ฮีตเดือนสี่) “งานบุญบั้งไฟ”(ฮีตเดือนหก) และ “บุญซำฮะ” (ฮีตเดือนเจ็ด) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน โดยกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน ของทุกปี ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย วัดโพนชัย และถนนแก้วอาสา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งงานประเพณีบุญหลวงจะมีขบวนแห่ที่สร้างสีสัน ความตื่นตา ตื่นใจ ด้วยท่วงทำนองจังหวะดนตรีที่สนุกสนานก้าวย่างที่เร้าใจของ“ผีตาโขน” อีกทั้งหน้ากากผีตาโขนมีเอกลักษณ์ ที่โดดเด่นด้านของศิลปะการแต่งแต้มลวดลาย เน้นสีสันสดใส สวยงาม จึงทำให้เป็นจุดดึงดูดความสนใจ ของนักท่องเที่ยว

 

ทั้งนี้ ในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็สามารถมาเที่ยวชมวัดโพนชัย พิพิธภัณฑ์ ผีตาโขนได้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน เป็นสถานที่เก็บ รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับผีตาโขนไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่มา ประวัติ การทำหน้ากากผีตาโขน วิวัฒนาการของหน้ากากเป็นอย่างไร เขาทำอะไรกันในงานผีตาโขน และจัดนิทรรศการเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ที่สืบต่อกันมา รวมถึงผีตาโขนที่มีความเชื่อกันว่าเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล ผีตาโขนจะเป็นผู้ออกมาสร้างสีสันและความครื้นเครงในขบวนแห่ ส่วนชื่อของผีตาโขนนั้นเล่าต่อกันมาว่าน่าจะมาจากการสวมหน้ากากคล้ายหัวโขน หรือบางคนเรียกเป็นผีตาขน ผีตามคน และเพี้ยนเป็นผีตาโขนในที่สุด

 

สำหรับนายปริญญา เหย้าเฉื้อง หรือโอ๊ต หนุ่มสงขลา ตัวแทนของคนไทย เข้าการประกวดหนุ่มหล่อโลก ได้ตำแหน่ง Man of The Year 2017 ด้วยชุดประจำชาติไทย ผีตาโขน ณ เมืองเปกันบารู จังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

 

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส แก้ปัญหาการก่อสร้างปรับภูมิทัศน์มัสยิด 300 ปี

 

ที่มัสยิดวาดิลฮูเซ็น (มัสยิด 300 ปี) ตั้งอยู่ที่บ้านตะโละมาเนาะ หมู่ที่ 1 ตำบลลูโบ๊ะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส นายจีรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและแก้ปัญหาการก่อสร้างปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณมัยสิดวาดิลฮูเซ้น หรือมัสยิด 300 ปี ที่เกิดปัญหาเรื้อรังไม่สามารถสร้างได้สำเร็จมานานกว่า 8 ปี ด้วยงบประมาณ 149 ล้านบาท หลังจากบริษัทก่อสร้างที่ล้มละลาย และคณะกรรมมัสยิดที่มีบุคคลในชุมชน เป็นคณะกรรมการได้ลาออกทั้งคณะ พร้อมทั้งเกิดปัญหาหลายอย่างที่ทำให้คณะกรรมมัสยิดและชุมชนไม่สามารถรับได้ จนทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชงักไป เนื่องจากการพูดคุยเจรจาไม่เป็นไปตามคณะกรรมการได้เสนอไว้ตั้งแต่ต้น

 

โดยคณะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกบริษัทผู้ก่อสร้าง ผู้ออกแบบการก่อสร้าง และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมปรึกษาหารือหาทางออก พร้อมตรวจจุดสถานที่ที่จะก่อสร้าง โดยมีนายธรรมรง คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , ว่าทีร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะ , นายรอมลี ตะโละดิง อีหม่ามประจำมัสยิดวาดิลฮูเศ็น , ประธานชมรมอีหม่ามอำเภอบาเจาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนให้การต้อนรับ นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมตรี เปิดเผยถึงผลการตรวจเยี่ยมโครงการปรับภูมิทัศน์มัสยิดวาดิลฮูเซ็น หรือมัสยิด 300ปี ว่า การเดินทางพร้อมคณะมาที่มัสยิด 300 ปี ในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้มาตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าที่ได้รับงบประมาณแล้ว มีผู้รับเหมา มีผู้รับจ้างในการก่อสร้างแล้วนั้น ทำไมยังสร้างไม่แล้วเสร็จและยังเป็นที่ครหาของพี่น้องประชาชน ว่าทางราชการจะเริ้มต้นการก่อสร้างเมื่อไหร่ และวันนี้จึงได้เดินทางมาพบกับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงทำให้ทราบว่าขั้นตอนต่อไปนี้ราชการจะต้องประชุมหารือกับพี่น้องประชาชนพร้อมนำเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า 1.ได้รับงบประมาณมาแล้วนั้น ขั้นตอนการดำเนินการตามโครงการมันประกอบด้วยอะไรบ้าง , 2.ผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินการในการมีส่วนร่วมในการกำกับติดตาม การดำเนินการตามโครงการที่เป็นนโยบายที่ทางราชการที่จะให้พี่น้องประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับติดตาม ตรวจสอบ ให้เป็นการดำเนินการตามรูปแบบของโครงการ และผู้มีส่วนร่วมภาคประชาชนที่จะต้องย้ายสถานที่ไปอาศัยอยู่ที่ใหม่นั้น ต้องทำความเข้าใจว่าสถานที่ใหม่นั้นอยู่ตรงไหน ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามโครงการที่มีระยะเวลานานนั้น ต้องแจ้งให้ทราบว่าช่วงไหนจะดำเนินอะไรอย่างไร โดยการมาตรวจสอบในครั้งนี้ ทางผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ที่เกี่ยวข้องยินดีที่จะให้ความร่วมมือ ต่อไปนี้เป็นเรื่องของทางราชการที่จะต้องไปกำกับติดตามให้ส่วนราชการดำเนินการ ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทุกปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นต้องทำความเข้าใจต่อประชาชนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นหนักให้ทางราชการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินการให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริง เมื่อทราบแล้วก็จะคลายคำวิตกกังวน ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 8 ที่ประสบปัญหาในการก่อสร้างนั้น

 

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่ง คือ เกิดจากผู้รับจ้างและผู้ร่วมค้าทั้ง 2 บริษัท เกิดปัญหาส่วนตัวที่เป็นบุคคลล้มละลายไป 1 บริษัท การแก้ไขสัญญา ซึ่งทาง ศอ.บต. ได้หารือไปยังกรมบัญชีกลาง พร้อมให้ ศอ.บต. มาดูในเรื่องของสัญญาว่าจ้าง พร้อมทำความเข้าใจกับลูกจ้าง โดยให้ทางบริษัทที่ไม่ล้มละลายได้ดำเนินการต่อได้ไหม โดยการมาพบผู้รับจ้างในวันนี้ทางบริษัทที่ไม่ได้ล้มละลายเองก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องไปทำการแก้ไขสัญญา แก้ไขระยะเวลาที่จะดำเนินการ และสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน ลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งวันนี้เห็นได้ว่า ยังสามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากอดีตได้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบ

 

ด้านนายรอมลี ตะโละดิง อีหม่ามประจำมัสยิดวาดิลฮูเซ็น หรือมัสยิด 300 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทางปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่รับทราบและปัญหาการก่อสร้างปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณมัสยิดที่เรื่องคาชะงักมานานกว่า 8 ได้ลงตัว ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา และทางผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เนื่องจากมัสยิด 300 ปี ที่สถานที่สำคัญ เป็นหน้าตาของบ้านเมืองที่มักจะมีผู้คนสำคัญจากต่างประเทศมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนราธิวาส จึงขอขอบคุณคณะทุกท่านที่ลงมาแก้ปัญหาในครั้งนี้ด้วยความจริงใจและดีใจอย่างสุดสุดซึ้งที่จะสามารถดำเนินการสร้างต่อจนสำเร็จในที่สุด

 

ผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พอใจมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลผ่านการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

นางรัตนา สายทอง ประกอบอาชีพค้าขายในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 กล่าวถึงการที่รัฐบาลจะเริ่มแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับประชาชนในวันที่ 21 กันยายน และเริ่มใช้งานได้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 ว่า รู้สึกพอใจมาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้แม้จะไม่ได้รับในรูปของเงินสด แต่การโอนวงเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า ก๊าซหุงต้ม และเป็นค่าโดยสารพาหนะ สามารถบรรเทาภาระค่าครองชีพได้ส่วนหนึ่งแม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก อย่างไรก็ตาม อยากให้ภาครัฐทำให้มีร้านค้าที่จะรองรับบัตรดังกล่าวให้เพียงพอเพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าได้สะดวก ทั้งนี้ผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิ์สามารถโทรสอบถามหรือเดินทางไปตรวจสอบรายชื่อของตนเองได้ตามจุดที่ลงทะเบียนไว้ ทั้งสาขาของธนาคารกรุงไทย ออมสิน ธ.ก.ส.และสำนักงานคลังจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนนี้

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNOHT6009030010004